---

 

               ปัจจุบันนี้การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน มีมากมายหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบก็รับรองว่าของตนเองถูกต้อง ได้รับผลจริง คงจะไม่ต่างจากสมัยครั้งพุทธกาล ที่ตำราบอกว่ามี ๑๐๘ ลัทธิ มี ๑๐๘ นิกาย แต่ละลัทธิแต่ละนิกายก็เผยแผ่ของตัวเองว่าถูกต้อง จึงมีกลุ่มคณะกาลามชน ได้ถามพระพุทธเจ้าว่า จะให้พวกเขาเชื่อและปฏิบัติอย่างไร เพราะมีหลายลัทธิเหลือเกิน พระพุทธองค์จึงตรัส เพื่อให้ประกอบการตัดสินใจ ๑๐ ข้อมีชื่อว่ากาลาสูตร ตอนสุดท้ายทรงสรุปว่า ดูก่อนกาลามชน เมื่อใดท่านรู้ด้วยตัวเองว่า ธรรมเหล่านี้มีโทษ ธรรมเหล่านี้ผู้รู้ติเตือน ธรรมเหล่านี้ ท่านสมาทานให้เต็มที่แล้ว ยังไม่เป็นไปเพื่อดับทุกข์ เมื่อนั้นท่านพึงละเสีย ซึ่งหมายความว่ารู้ด้วยตนเองว่ามีโทษ หรือมีผู้รู้ติเตือนหรือเมื่อนำมาปฏิบัติเต็มที่แล้ว แต่ยังไม่ดับทุกข์ได้ก็ควรเลิกปฏิบัติเสีย เพื่อจะได้หาแนวทางที่ถูกต้องต่อไป
               ดังนั้นเพื่อเป็นการประกอบการตัดสินใจ ในการเลือกวิธีการปฏิบัติ ลองมาดูหลักของมหาสติปัฏฐาน 4 ซึ่งเป็นพระสูตรที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรับรองว่า เป็นเอกายะโน มัคโค คือเป็นหนทางอันเอก เป็นหนทางเพียงทางเดียว ที่จะนำชีวิตให้ก้าวพ้นจากความทุกข์ได้ อย่างช้าที่สุดไม่เกิน7 ปี อย่างกลาง 3 เดือนถึง 1 ปีอย่างเร็ว 1 วันถึง 15 วัน มีอานิสงส์มากมายเช่นออกจากทุกข์ได้อย่างสิ้นเชิง ไม่หลงใหลในอบายมุข เป็นชีวิตที่เบิกบาน การทำงานก็ไม่มีทุกข์ ด้านจิตใจก็สงบเย็น การเป็นอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข